จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 12
วันที่ 25 ตุลาคม  2559
ความรู้ที่ได้รับ
  • การทำ Mind mapping
  1. การแตกแผนผังความคิดคือ เพื่อสร้างเนื้อหาสำหรับสอนเด็กๆ
  2. ต้องแบ่งหัวข้อ/เนื้อหาให้มีความสมดุล
  3. เรียงลำดับหัวข้อจากขวาไปซ้าย(ตามเข็มนาฬิกา)
  4. ควรตกแต่ง/ใส่รูป**เพราะเด็กจะได้เทียบเคียงในการอ่าน**
  5. ตัวหนังสือชัดเจนอ่านง่ายไม่เอียงไปมา
  • นำเสนอ Mind mapping ที่แก้ไขแล้วและรับคำแนะนำเพิ่มเติม
หน่วยไก่

หน่วยข้าว

หน่วยน้ำ

หน่วยกล้วย

หน่วยนม

หน่วยส้ม(แก้ไขแล้ว)

หน่วยส้ม(ดั้งเดิม)


  • การวิเคราะห์เชื่อมโยงหน่วยต่างๆกับกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
  • สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
หน่วยไก่ เรียนรู้ส่วนประกอบไก่ (ตา หาง) แล้วบอกหน้าที่ของส่วนประกอบ 
  • สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
หน่วยน้ำ เรียนรู้ประโยชน์ ความสัมพันธ์และความสำคัญ
  • สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
สามารถสอนได้ทุกหน่วย  โดยวิธีการทดลอง การทำCooking
  • สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
หน่วยน้ำ  หน่วยนม  หน่วยส้ม เช่นให้เด็กๆนำผลส้มใส่ตระกร้า แล้วทำให้เคลื่นที่ด้วยวิธีต่างๆ
  • สาระที่ 5 พลังงาน
หน่วยข้าว
  • สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
หน่วยฤดูการ/ปรากฏการธรรมชาติ
  • สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
หน่วยดวงจันทร์/ดวงอาทิตย์
  • สาระที่ 8  ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยที่มีการทดลอง

การประยุกต์ใช้  สามรถนำเอาเนื้อหาต่างๆมาแตกหัวข้อย่อยๆสร้างเป็นเนื้อหาสำหรับสอนและสามารถนำเนื้อหามาสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์ได้
การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายถามตอบอยู่เสมอ
  • การประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจอย่างมากจดความรู้อยู่ตลอด
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนมีการเตรียมงานเตรียมตัวมาอย่างดี

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 11
วันที่ 18 ตุลาคม  2559
ความรู้ที่ได้รับ
  • นำเสนอของเล่น(งานกลุ่ม) ที่สามรถนำไปจัดไว้ในมุมวิทยาศาสตร์ได้
  1. ไข่มหัศจรรย์(กลุ่มตนเอง)
  2. แม่เหล็กเต้นระบำ
  3. วงจรของโลก
  4. ทวินเพลน
  5. ระบบสุริยะจักวาร
  6. ผีเสื้อเริงระบำ
  7. จานหรรษา
  8. นาฬิกาธรรมชาติ
  9. ภาพใต้น้ำ
การประดิษฐ์ไข่มหัศจรรย์
วัสดุอุปกรณ์
  1. ไข่ปลอม  12 ฟอง
  2. สิ่งของที่ใส่ให้เกิดเสียง น้ำ  ทราย  หิน  เม็ดแมงลัก  ข้าวสาร  กิ่งไม้ฃ
  3. ปืนกาว
  4. มีดคัตเตอร์
  5. กระดาษสำหรับตกแต่งและสี
ขั้นตอนการทำ

      1.ใช้คัดเตอร์เจาะไข่ปลอมให้เป็นรูทั้ง 12 ฟองขนาดพอที่จะใส่วัสดุได้




      2.นำวัสดุใส่ลงในไข่ปลอมอย่างละ 2 ฟองแล้วใช้ปืนกาวปิดรูให้แน่น


      3.นำกระดาษฉีกแปะและระบายสีแต่ละฟองให้แตกต่างกัน


      4.ทำแบบเฉลย โดยจับคู่ไข่ที่วัสดุเหมือนกัน  และเฉยสิ่งของที่อยู่ข้างใน





      5.เสร็จแล้วสามารถนำไข่มหัศจรรย์มาเล่นได้

วิธีการเล่น
      ให้เด็กๆเขย่าไข่แต่ละฟองและจับคู่ฟองที่เสียงที่เหมือนกัน  เมื่อได้ครบแล้วสามรถนำแบบเฉลยมาตรวจและดูว่าสิ่งของภายในคืออะไร

หลักการทางวิทยาศาสตร์
      เสียงเป็นคลื่นกลที่เดิกจากสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อเราเขย่าไข่วัสดุข้างในจะมีการสั่นสะเทือนทำให้เกิดการขยายตัวของคลื่นเสียงและเดินผ่านตัวกลาง(อากาศ)มายังอวัยวะรับเสียง(หู)ทำให้เราได้ยิน
  • การทำ mindmaping เนื้อหาที่จะนำไปจัดประสบการณ์แก่เด็ก 
การเขียน Mindmapping จะต้องมี 5 หัวข้อหลัก คือ 
  1. ประเภท/ชนิด/สายพันธ์ 
  2. ลักษณะ
  3. การแปรรูป/การถนอมอาหาร/การเจริญเติบโต 
  4. ประโยชน์ 
  5. ต่อตนเอง
  6. เชิงพานิชณ์
  7. ข้อควรระวัง
วิธีการทำ
  • เลือกเรื่อง
ควรเป็นเรื่องเรื่องใกล้ตัว/มีผลกระทบต่อเด็ก/อยู่ในชีวิตประจำวัน/เด็กสนใจ
  • วางแผน mindmaping
  1. หาข้อมูลของเนื้อหาที่จะทำ
  2. วางแผนรูปแบบให้สมดุล
  3. ลงมือเขียน







การประยุกต์ใช้  
      สามารถนำความรู้ไปใช้ได้กับทุกวิชาและใช้ในชีวิตประจำวันได้  เช่น  ฝึกคิดอย่างเป็นระบบละเอียดและรอบครอบ

การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทันเวลาพูดคุยปรึกษาเพื่อนเสมอ
  • การประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจงานเสร็จทันเวลา
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนมีการเตรียมอุปกรณ์มาพร้อม  อธิบายเนื้อหาได้เข้าใจ

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 10
วันที่ 11 ตุลาคม 2559
ความรู้ที่ได้รับ
  • แผนผังกราฟิก
     เป็นการเขียนเพื่อให้เนื้อหามีความเขียนกระชับ และเข้าใจง่าย 
ผังกราฟฟิก เป็นเครื่องมือในการนำเสนอ เป็นตัว T = Technology (STEM) 
ข้อมูลที่อยู่ในผังเป็นลำดับขั้นนั้นคือการวางแผน เป็นตัว E = Engineer (STEM) 
การเขียนเป็นลำดับ เป็นตัว M = Mathematics (STEM)


  • การทำสื่อ 
โดยให้นศ.แบ่งกลุ่ม 8 คนแล้วเลือกของเล่นวิทยาศาสตร์ที่เคยนำเสนอมา 1 ชิ้นเพื่อทำเป็นสื่อการสอน

"ขวดบ้าพลัง" 
อุปกรณ์ 
  1. ขวดน้ำ 1 ขวด 
  2. ลูกโป่ง 1 ลูก 
  3. หนังยาง 3 เส้น 
  4. กรรไกร 1 อัน 

วิธีทำ"ขวดบ้าพลัง" 
  1. ใช้กรรไกรตัดก้นขวดออก 
  2. ตัดหัวลูกโป่งออก แล้วนำมาสวมขวดที่ตัดไว้
  3. ใช้หนังยางรัดลูกโป่งกับขวดให้แน่น
  4. เสร็จแล้วก็จะได้ของเล่นขวดบ้าพลัง
 
กระบวนการสอน 
     1.เตรียมไว้โต๊ะอุปกรณ์แล้วถามว่าเด็กๆ เห็นอะไรบ้าง
     2.แนะนำอุปกรณ์โดยถามเด็กๆก่อนว่า อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำอะไรได้บ้าง (ตอบคำถามปลายเปิด) ถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเด็กไม่รู้จักครู้ต้องบอกชื่ออุปกรณ์พร้อมทั้งหยิบให้ดู
     3.เชื่อมโยงความรู้ให้เด็กๆเรียนรู้เรื่อง การเคลื่อนที่ ที่เกิดจากแรงดันอากาศ เมื่อดึงลูกโป่งจากขวดออก จะเกิดการสะสมพลังงงานที่ลูกโป่ง และมีอากาศเข้าไปแทนที่ เมื่อปล่อยอากาศที่เข้าไปแทนที่ก็จะพุ่งออกเกิดเป็นแรงดันอากาศ 
     4.เชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว/ชีวิตประจำวันว่าเด็กๆจะทำอะไรได้บ้างให้วัตถุเคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ(เช่น เป่า)
     5.เมื่อเด็กตอบคำถามในข้อ 4 เสร็จแล้วครูเด็กๆชวนประดิษฐ์ของเล่นที่เคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ(ขวดบ้าพลัง) 
     6.ชวนเด็กลองsearch วิธีการทำขวดบ้าพลัง จากอินเทอร์เน็ต 
     7.ดู VDO จากสื่อที่เราทำเตรียมไว้แล้ว post on youtube 
     8.ครูสาธิตขั้นตอนการทำ
     9.แจกอุปกรณ์แก่เด็กๆแล้วให้เด็กลองประดิษฐ์
     10.เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วให้เด็กนำของเล่นมาทดลองโดยเล่น/การแข่งขันกัน ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดสังเกตลักษณะต่างๆของของเล่นและมีการเก็บข้อมูล
     11.เมื่อเล่นเสร็จแล้วให้เด็กเปรียบเทียบประสิทธภาพของของเล่น เช่น ความแรง ความไกลของสิ่งของ โดยการทำเป็นตารางกราฟ 
     12.สรุปผล โดยถามเด็กๆว่า ลูกปิงปองเคลื่อนที่ได้อย่างไร

การประยุกต์ใช้

  • สามารถนำไปใช้กับการเรียนการสอนในวิชาอื่นๆได้

การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  ตั้งใจฟังคำสั่งจากครูแต่ก็ยังงงอยู่มาก  มีการเปลี่ยนกลุ่มทำงานทำให้ต้องใช้เวลาปรับเข้าหากัน
  • การประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจและสนใจดี
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนอธิบายเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจง่ายแต่ขั้นตอนในการให้ปฏิบัติงานกลุ่มมีความงงอยู่บ้าง

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 9
วันที่ 28 กันยายน  2559
ความรู้ที่ได้รับ

  • การทำ Cooking  "ทาโกยากิไข่ข้าว" นำสอนโดยพี่นศ.ปี5
โดยแบ่งเด็กออกเป็น 4 ฐาน
ฐานที่ 1 วาดวัตถุดิบและอุปกรณ์
ฐานที่ 2 เตรียมอุุปกรณ์
ฐานที่ 3 ผสมวัตถุดิบและปรุงรส
ฐานที่ 4 ทำทาโกยากิ
  • การที่ต้องแบ่งเด็กออกเป็น 4 ฐานเพราะว่าเด็กจะได้ทำกิจกรรมครบทุกขั้นตอนและเด็กจะได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
การดำเนินกิจกรรม
ขั้นนำ 

ร้องเพลงที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่เรียนโดย

  • ครูจะเป็นผู้อ่านให้ฟังก่อน 1 รอบ 
  • ให้เด็กๆร้องตามครูทีละท่อน 
  • ครูและเด็กจะร้องพร้อมกัน
  • เมื่อร้องเพลงเสร็จแล้วถามเด็กๆเกี่ยวกับเนื้อเพลง เช่น ในเพลงมีอาหารอะไรบ้างที่มรประโยชน์
  • ถามนอกจากเนื้อเพลง เช่น นอกจากอาหารในเนื้อเพลงแล้ว ยังมีอาหารอะไรอีกบ้างที่มีประโยชน์

เนื้อเพลง อาหารดีมีประโยชน์
อาหารดีและมีประโยชน์                       คือผักสด เนื้อหมู ปู ปลา
เป็ด ไก่ ไข่ นม ผลไม้ นานา                           ล้วนมีคุณค่าต่อร่างกายของเรา

ขั้นสอน
  • ให้เด็ก ๆ สังเกตอุปกรณ์ที่วางบนโต๊ะแล้วถามให้เด็กๆวันนี้เราจะมาทำอะไรกัน 
  • เมื่อเด็กตอบแล้ว ครูจึงเฉลยว่าเป็นกิจกรรมอะไร  
  • ครูแนะนำอุปกรณ์ทีละอย่างพร้อมถามเด็กๆว่าคืออะไร
  • ถ้าวัสดุอุปกรณ์ชิ้นไหนเด็กไม่รู้จัก ให้ครูพูดชื่อสิ่งนั้น แล้วให้เด็กพูดตามครู
  • ครูสาธิตขั้นตอนการทำให้เด็กดูแล้วปล่อยเข้าฐาน


ฐานที่ 1 วาดวัตถุดิบและอุปกรณ์


  • ให้เด็กวาดรูปวัสดุอุปกรณ์


ฐานที่ 2 เตรียมอุุปกรณ์

  • ให้เด็กได้ลงมือหั่นวัสดุเองโดยที่ครูจะคอยพูดคุยและบอกให้เด็กระมัดระวัง


ฐานที่ 3 ผสมวัตถุดิบและปรุงรส



  • ให้เด็กๆได้ลงมือพร้อมทั้งช่วยกันนับปริมาณของเครื่องปรุง


ฐานที่ 4 ทำทาโกยากิ



  • ครูต้องคอยแนะนำการใช้อุปกรณ์เพราะอาจเกิดอันตรายจากความร้อนได้  ทั้งนี้ยังสามารถแทรกซึมข้อความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย  เช่น เรื่องความร้อนสังเกตได้จากการที่เนยละลายการมองเห็นไอร้อนจากเตา
ขั้นสรุป
  • ครูทบทวนกิจกรรม
  • สอบถามพูดคุยความเห็น
การประยุกต์ใช้  สามารถนำไปใช้ในการสอนเรื่องอื่นๆสามารถนำเทคข้อเกตต่างไปปรับปรุงกับการสอนเด็กหัวข้อวิชาอื่นได้

การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  มีความตั้งใจ  สนุกสนาน  ได้ความรู้หลากหลาย
  • การประเมินเพื่อน  มีความสนุกสนาน 
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนมีการเตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อมและเนื้อหาการสอนน่าสนใจ

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน ครั้งที่ 8 
วันที่  28  กันยายน 2559

สอบกลางภาค

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 7
วันที่ 20 กันยายน 2559
ความรู้ที่ได้รับ

  • คัดลายมือแบบหัวกลมตัวเหลี่ยมครั้งที่ 3
  • การทำภาพ3มิติ



  • โดยนำมือทาบบนกระดาษแล้ววาดตามรอย  จากนั้นขีดเส้นผ่านมือโดยเมื่อถึงมือให้ทำเป็นเส้นโค้งดังภาพ  ทำต่อกันหลายสีเมื่อเสร็จแล้วเราจะเห็นว่ามือนั้นดูนูนขึ้นกลายเป็นภาพ 3 มิติ
  • ส่งการบ้านของเล่นภาพติดตา













  • นำเสนอของเล่นและจัดหมวดหมู่พร้อมทั้งวิจารณ์เสนอข้อแก้ไขเมื่อจัดแล้วหมวดหมู่ดังนี้

1.เรื่องแรงหนีจากศูนย์กลาง
2.เรื่องแรงพยุง
3.เรื่องแรงดันอากาศ
4.เรื่องการเกิดเสียง
5. เรื่องพลังงานศักย์-พลังงานจล
6. เรื่องคานดีด
  • ทำการทดลองเกี่ยวกับน้ำ



  • สมบัติของน้ำ  คือ  น้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ
  • การทดลองพับกระดาษแล้วนำไปลอยน้ำ





  • การทดลองนี้ดอกไม่ที่พับไว้เมื่อนำไปลอยน้ำดอกไม้จะค่อยๆบานออกเป็นเพราะว่าน้ำได้ซึมเข้ากระดาษแล้วกระจายตัวทั่วดอกไม้จึงแผ่กระจายออก 
การประยุกต์ใช้  สามารถนำเอาการทดลองไปประยุกย์ไปดัดไปแปลงเป็นกิจกรรมอื่นๆให้เด็กได้ทำได้  เช่น  วาดรูป 3 มิติต่าง  และสามารถนำมาสอนเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประวันได้ เช่นการทดลองดอกไม้บานสิ่งที่อยู่ในชิตประจำวันก็คือ  การซึมซับน้ำของกระดาษชำระ

การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  มีความตั้งใจและสนใจในรายละเอียดของกิจกรรม  มีการเตรียมตัวนำเสนอของเล่นมาอย่างดี
  • การประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจและสนใจ
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนมีกรรมให้ทำหลากหลายสนุกสนานและน่าสนใจ  ทำให้ได้สงสัยและสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นและได้รับคำตอบจากการทดลองโดยที่ผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสดวกและให้ความรู้เพิ่มเติมทีหลัง

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559


บันทึกการเรียน ครั้งที่ 6
วันที่ 13 กันยายน  2559

ความรู้ที่ได้รับ
  • คัดลายมือแบบหัวกลมตัวเหลี่ยมก่อนเริ่มเรียนเพื่อเป็นการฝึกให้ลายมือสวยและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว
  • หลักการประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์

ของเล่นต้องมีความหลากหลาย  น่าสนใจ  สามารถยืดหยุ่นได้เล่นได้หลายรูปแบบเป็นของเล่นที่ฝึกให้เด็กได้รู้จักสังเกตอย่างสนุกและสามารถนำมาบูรณาการได้หลายวิชาเช่น  การบูรณาการแบบ STEM

  • สะเต็มศึกษา (STEM Education) 
คือ แนวทางการศึกษาที่ได้บูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์วิชาต่างๆ Sความรู้ทางวิทยาศาสตร์  Tความรู้ทางด้านเทคโนโลยี Eความรู้ทางด้านวิศวกรรม และMความรู้ด้านคณิตศาสตร์  รวมเข้าด้วยกัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ stem


  • ดูวิดีโอเรื่องความลับของแสง


  • ความรู้ที่ได้จากวีดีโอคือ  

1.แสงเป็นคลื่นที่มีความยาวคลื่นสั้น 
2.สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว300000กิโลเมตร/ชั่วโมง
3.แสงเดินทางเป็นเส้นตรง
4.การหักเหของแสงเกิดจากการที่แสงเดินทางผ่านวัตถุ(ตัวกลาง)คนละชนิดกันและเกิดการหักเหตามมุมของตัวกลางนั้นๆ
5.วัตถุ(ตัวกลาง)มี3ชนิดคือ
-  วัตถุโปร่งแสง
-  วัตถุโปร่งใส
-  วัตถุทึบแสง
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 1.วัตถุโปร่งแสง2.วัตถุโปร่งใส3.วัตถุทึบแสง

  • สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
สาระที่ 5 พลังงาน
สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
สาระที่ 8  ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  • ตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวแสง









การประยุกต์ใช้  สามารถนำความรู้ที่ไปใช้ในการสร้างสื่อประดิษฐ์ของเล่นวิทยาศาสตร์

การประเมิน
  • การประเมินตนเอง  ตั้งใจเรียนจดและจดเนื้อหา
  • การประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจและสนใจเป็นอย่างดี
  • การประเมินผู้สอน  ผู้สอนมีการเตรียมสื่อมาอย่างหลากหลาย